Thank...you

+++ขอบคุณสำหรับการเข้ามาชมบล็กนะค่ะ+++

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Fête des Mères



****La fête des Mères est une fête annuelle célébrée par les enfants en l'honneur de leur mère dans de nombreux pays. À cette occasion, les enfants offrent des cadeaux à leur mère, des gâteaux ou des objets qu'ils ont confectionnés à l'école, comme un collier de nouilles par exemple Compte tenu de la longévité de la vie, cette fête est marquée également par les adultes de tous âges pour honorer leur mère.

Jasminum sambac


***Jasminum sambac (syn. Nyctanthes sambac) is a species of jasmine native to southwestern and southern Asia, in the Philippines, India, Myanmar and Sri Lanka.
***Common names include Arabian Jasmine, Mogra (Hindi and Marathi), Mallikā (Sanskrit), Kampupot, Melati (Malay and Indonesian Language), Sampaguita (Filipino), Mallepuvvu (Telugu), Mallikaipu (Tamil), dundu Mallige (Kannada) and Kaliyan (Urdu). The botanic name sambac is derived from a misapplication of the Sanskrit name champaka, which refers to the fragrant flowered shrub Michelia champaca.
***It is an evergreen vine or shrub reaching up to 1-3 m tall. The leaves are opposite or in whorls of three, simple (not pinnate, like most other jasmines), ovate, 4-12.5 cm long and 2-7.5 cm broad. The flowers are produced in clusters of 3-12 together, strongly scented, with a white corolla 2-3 cm diameter with 5-9 lobes. The flowers open at night, and close in the morning. The fruit is a purple-black berry 1 cm in diameter

10 สะพานที่สวยที่สุดบนโลกมนุษย์
























































เรียน ซูชิ ง่ายๆ ด้วยตัวเองกันเถอะ


เครื่องปรุง
ข้าวสารญี่ปุ่น 200 กรัม (1 ถ้วย)
น้ำเปล่า 300 มล.
น้ำส้มสายชูข้าวญี่ปุ่น 120 มล.
น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
1.ซาวข้าวสาร แล้วแช่น้ำเปล่าค้างไว้ประมาณ 15 นาที เทน้ำออก จากนั้นพักให้ข่าวสะเด็ดน้ำอีก 15 นาที
2.นำข้าวสารใส่หม้อ เติมน้ำเปล่าลงไป ปิดฝา ใช้ไฟปานกลางต้มตามปกติ
3.ลดความร้อนลงที่ระดับไฟอ่อนมาก ต้มต่อไปอีก 15 นาที ดับไฟและพักไว้ ปิดฝาให้แน่นอีกประมาณ 15 นาที
4.ระหว่างนั้น ให้ผสมน้ำส้มสายชูไว้ค่ะ โดยคนน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือเข้าด้วยกันด้วยไฟอ่อนๆ จนกระทั่งน้ำตาลละลาย
5.น้ำข้าวที่สุกตักไว้ในอ่างไม้ ราดด้วยน้ำส้มสายชูที่ผสมแล้ว ตรงนี้อาจไม่ต้องใช้น้ำส้มสายชูจนหมด ให้ชิมไปปรุงไปค่ะ และใช้ไม้พายคนข้าว พลิกไปพลิกมาให้ส่วนผสมเข้ากัน อย่าใช้แรงมากไป และขั้นตอนนี้สามารถทำตรงหน้าพัดลม หรือให้คนช่วยพัดขณะคนก็ได้ค่ะ เพื่อช่วยให้ข้าวเย็นเร็วขึ้น จากนั้นก็หยุดคนได้

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เพลงพระราชนิพนธ์^^



แสงเทียน

จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้าสวดมนต์ค่ำเช้าถึงคราวระทมทน
โอ้ชีวิตหนอล้วนรอความตายทุกคนหลีกไปไม่พ้นทุกข์ทนอาทรร้อนใจ
ต่างคนเกิดแล้วตายไปชดใช้เวรกรรมจากจรนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยงเสี่ยงบุญกรรม
ทุกคนเคยทำกรรมไว้ก่อนเชิญปวงเทวดาข้าไหว้วอน
ขอพรคุ้มไปชีวิตหน้าทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
หนีปวงโรคาที่เบียดเบียนแสงแววชีวาเปรียบแสงเทียน

เปรียบเทียนสิ้นแสงยามแรงลมเป่าชีพดับอับเฉาเหมือนเงาไร้ดวงเทียน
จุดเทียนถวายหมายบนบูชาร้องเรียนโรคภัยเบียดเบียนแสงเทียนทานลมพัดโบย

โรครุมเร่าร้อนแรงโรยหวนโหยอาวรณ์อ่อนใจ

ทำบุญทำทานกันไว้เถิดเกิดเป็นคนไว้เตรียมผจญชีวิตใหม่
เคยทำบุญทำคุณปางก่อนใดขอบุญคุ้มไปชีวิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลาแสงเทียนบูชาจะดับพลัน
แสงเทียนบูชาดับลับไป


สายลม


ท่ามกลางฟากฟ้ามัวหม่น ลิ่วลมหลั่งฝนโปรยทั่ว
เยือกเย็นชีพเฉาเมามัว จิตใจไหวหวาดกลัวหวั่นฟ้าคำรามลั่น

โรจน์เรืองแปลบแสงฟ้าผ่า ล่องลอยลิ่วมาเสียงสนั่น
โอ้ลมหนอลมพัดคืนวัน โบกโบยเพียงไหนกันพัดจนไม่รู้วันสงบเอย

ต้องลมเหล่าไม้เอนลิ่ว ลู่ใบลุ่ยพลิ้วปลิวว่อน
จิตใจอ่อนท้ออาทร ด้วยลมพัดโบกวอนล่องหนวนเวียนไป

อย่าเป็นอย่างสายลมเล่า เปลี่ยนแปลงซึมเซาเหลิงรักใหม่
โอ้ลมหนอลมพัดเลยไป โลกเคยรู้ฉันใดแล้วคงสุขสมใจยิ่งเอย




ดวงใจกับความรัก

ค่ำคืนนภาดาราพราวประกายแสงดาวพราวตาดาษเรียงเคียงแสงดวงจันทราเพลินชมแสงพรายนภาเห็นดวงดาราล้อมจันทร์

ที่จริงนั้นเดือนและดวงดาวต่างเรืองแสงวาวพราวพรรณด้วยแรงจากแสงดวงตะวันจึงมีแสงเดือนงามครันแสงดาวประชันน่าชม

เปรียบดวงดาวและดวงเดือนก็เหมือนแม้แววมโนรมย์
เปล่งแววไปเปลี่ยนใจชมด้วยจินตนาอารมณ์นานาประการ

แน่นอนแท้จริงคือดวงใจ ส่องแววรักไปยืนนานเปรียบดังกับแสงตะวันตระการยังคงแสงงามสะคราญแสงทองยืนนานเรื่อยมา

ตะวันฉายมาดารารายส่องแสงพริ้มพรายนัยน์ตารื่นรมย์ชมแสงดวงจันทรา ชมดาวล้อมเดือนงามตาพริ้มพรายนภาแสงงาม

มาตรแม้นสูญดวงตะวันไปประดาแสงในฟ้าทรามผู้คนสัตว์ไม้จะตายตามตะวันสูญไปเป็นยามล้วนมีแต่ความมืดมน

เปรียบดวงดาวและดวงเดือนก็เหมือนแม้นแววมโนรมย์
เปล่งแววไปต่างใจคน เปลี่ยนแปลงไปตามใจตนเวียนวนจนตาย

ตะวันนั้นเหมือนดังดวงใจหากสิ้นแสงไปรักคลาย ขาดความรักเหมือนชีวาวาย
จะเป็นหรือตายทั้งใจและกายไม่วายโศรกโทรม


คำหวาน

ได้ยินเพลงหวานก้อง ถ้อยทำนองร้องรำพัน ฝากความรักไว้มั่น ด้วยถ้อยอันอ่อนหวาน
เปรียบดังเพลงทิพย์มา จากฟากฟ้าบันดาลเสียงเพลงปานเพลงวิมาน ประทานมากล่อม

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อมหรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม จะประนอมให้ยอมปลงใจ
หากคำหวานขานเอ่ย เพื่อเฉลยน้ำใจ รักจริงใจขอฟังไป ฟังให้ชื่นเชย

ชื่นอารมณ์สมปอง แว่วเพลงร้องคมคำพลอดความรักเพ้อพร่ำ ด้วยถ้อยคำงามสม
ถ้อยทำนองร้องส่ง ก่อให้หลงลิ้นลมเพลินเพลงชมย้อมอารมณ์ นิยมกลมกล่อม

เมื่อได้ยินเพลงเพราะดังว่า ดั่งเทวาพาจิตโน้มน้อมหรือมาลวงลองร้องเพลงกล่อม จะประนอมให้ยอมปลงใจ
หากคำหวานขานเอ่ย เพื่อเฉลยน้ำใจรักจริงใจขอฟังไป ฟังให้ชื่นเชย


แก้วตาขวัญใจ

แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดขวัญเอย ขาดชู้คู่เชยรักเอยเดียวดายเฝ้าคอยรักเศร้าเหงาใจแสนหน่าย เปลี่ยนปานชีวาวางวายคลายสุขตรม
โอ้เวรไหนมาพาโชคชะตาแสนชั่ว โลกนี้มืดมัวหวาดกลัวระทมได้แต่หวังนั่งแต่ฝันคอยคู่ขวัญตันอกตรม ร้อนอารมณ์หวังชมชิดเชยดวงใจ
อยู่คนเดียวเปล่าเปลี่ยวปานใดอกใจระทม ขาดคนนิยมขาดคู่ชิดชมระบมทรวงในโอ้บุญไม่ช่วยนำพาแก้วตาขวัญใจ ได้แต่ฝันไปไม่สบสมใจรักเอย
แก้วตาขวัญใจเธออยู่แห่งใดหนอเธอ เฝ้าเพ้อเฝ้าละเมอใฝ่เธอมาเชยสุดจะเหงาเฝ้าแต่ฝันทรวงกระสันพรั่นจิตเลย ฝันถึงวันขวัญเอยชิดเชยชื่นชม

พรปีใหม่

สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี
ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย
ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัยให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี
ตลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ



ลมหนาว

ยามลมหนาว พัดโบกโบยโชยชื่น เหล่าสกุณร้องรื่นรมย์หมู่ดอกไม้ชวนภมรร่อนชม ช่างสุขสมเพลินตาน่าดูชูใจ
โอ้รักเจ้าเอ๋ย ยามรักสมดังฤทัย
พิศดูสิ่งใด ก็แลวิไลแจ่มใสครันอันความรักมักจะพาใจฝัน เมื่อรักนั้นสุขสมจิตปอง
ยามลมฝน พัดโบกโบยกระหน่ำ หยดหยาดนำน้ำหลั่งนองผึ้งภู่ทั้งวิหคเหงาเศร้าหมอง เกลื่อนกลาดผองมาลีร่วงโรยลงดิน
เหมือนรักผิดหวัง เปรียบดังหัวใจพังภินท์
น้ำตาหลั่งริน และลามไหลเพียงหยาดฝนปรายอันความรักแม้นไม่เป็นดังหมาย ตราบวันตาย ชีพขมขื่นเอย



แผ่นดินของเรา

ถึงอยู่แคว้นใด ไม่สุขสำราญเหมือนอยู่บ้านเรา ชื่นฉ่ำค่ำเช้าสุขทวี
ทรัพย์จากผืนดิน สินจากนทีมีสิทธิ์เสรี สันติครองเมือง
เรามีป่าไม้อยู่สมบูรณ์ ไร่นาสดใสใต้ฟ้าเรืองโบราณสถานส่งนามประเทือง เกียรติเมืองไทยขจรไปทั่วแดนไกล
รักชาติของเรา ไว้เถิดผองไทยผืนแผ่นแหลมทอง รวมพี่รวมน้องด้วยกัน
รักเกียรติรักวงศ์ เสริมส่งสัมพันธ์ทูนเทิดเมืองไทยนั้น ให้ยืนยง




Oh I say

Oh let me say, just to say, What I'll say.Or do you say, just to say, What you'll say. Oh let us say, Just to say, What we'll say.
Now what'll we say? Just something to be gay, To chase the trouble and the cares of the day away. Let us all sing the song, we want to be happy today.
Happiness comes only once in a lifetime. We do not know whence we come, where we go. So here goes.
Now let me say, just to say, What I'll say. And do you say, just to say, What you'll sayLet us all sing the song, we want to be happy today.

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Apollo 11


****Apollo 11 est la première mission spatiale à avoir conduit des humains sur la Lune. C'est la troisième mission à avoir approché la Lune, après Apollo 8 et Apollo 10, et la cinquième habitée du programme Apollo. Lancée le 16 juillet 1969, Apollo 11 emporte le commandant Neil Armstrong, le pilote du module de commande Michael Collins et le pilote du module lunaire Edwin « Buzz » Aldrin. Le 20 juillet 1969, Armstrong et Aldrin sont devenus les premiers hommes à avoir marché sur la Lune.
****Apollo 11 accomplit la promesse du président John F. Kennedy, prononcée dans un discours le 25 mai 1961, qui était d'alunir avant la fin des années 1960 : « Je crois que cette nation devrait se fixer comme objectif de réussir, avant la fin de cette décennie, à poser un homme sur la Lune et à le ramener sain et sauf sur Terre ».
**Retour sur Terre
-Décollage après 124 h 22 (après 21 h 36 passées sur la Lune)
-Le LEM rejoint le module de commande et la capsule Apollo restés en orbite lunaire avec Collins à bord
-Amerrissage dans le Pacifique après 195h18 .